การปลูกและการดูแลรักษา | Planting and care

การเตรียมพื้นที่ก่อนปลูกอินทผลัม

          สภาพพื้นที่สำหรับปลูกอินทผลัมในแต่ละท้องที่แต่ละแห่งนั้น  จะมีลักษณะที่แตกต่างกันออกไปตามลักษณะของพื้นที่  และในการเตรียมพื้นที่สำหรับปลูกจึงสามารถทำได้หลายวิธี  เช่น  กรณีที่เป็นสวนเก่า  พื้นที่ที่มีลักษณะเป็นป่า  หรือมีผลไม้ชนิดอื่นปลูกรวมอยู่ด้วย  การเตรียมพื้นที่นั้นจะต้องโค่นล้มไม้เหล่านั้นออกเสียก่อน  ซึ่งการโค่นล้มไม้อาจทำโดยใช้แรงงานคน  หรือแรงงานเครื่องจักรกล  เช่น ใช้เลื่อย ใช้ขวานฟัน  หรือใช้เลื่อยยนต์ก็ได้  โดยตัดต้นไม้ให้เหลือเฉพาะตอไม้ให้มีความสูงจากพื้นดินประมาณ 50-60 เซนติเมตร  จากนั้นจะต้องทำการฆ่าตอไม้โดยใช้ยาฆ่าตอไม้ ชนิด 2,4,5-T ในอัตราส่วนสารเคมี 1 ส่วนผสมน้ำมันโซล่า  16 ส่วน  และใช้ทาตอไม้ขณะที่สดอยู่  ซึ่งเป็นวิธีที่จะทำให้ตอไม้ตาย  และผุสลายเร็วขึ้น  หรืออาจใช้รถแทรกเตอร์ไถต้นไม้ทั้งหมดก็ได้  วิธีนี้จะถอนรากถอนโคนจองต้นไม้ออกได้หมด  แต่มีข้อเสียบางประการ  คือ  การสูญเสียหน้าดินมาก

          หลังจากที่โค่นต้นไม้อื่นๆ ลงหมดแล้ว  ให้เก็บเศษไม้ต่างๆมารวมกันไว้เป็นกอง  จัดเรียงเป็นแนวตามพื้นที่  และตากแห้งเพื่อเป็นแนวกันไฟ  จากนั้นก็ทำการเผาเศษไม้เหล่านั้น   เมื่อเผาเศษไม้เหล่านั้นแล้วก็รวบรวมส่วนที่ยังเผาไหม้ไม่หมดมาเผาใหม่อีกครั้ง  และการเตรียมพื้นที่สำหรับปลูก  โดยวิธีการไถจำนวน 2  ครั้ง  พรวนดินอีก 1 ครั้ง  ส่วนพื้นที่ที่ยังมีตอไม้อื่นๆหลงเหลืออยู่  อาจทำให้การเตรียมดินสำหรับปลูกไม่สะดวกมากนัก  แต่หากเป็นกรณีที่เป็นพื้นที่ที่ปลูกมีความลาดเทมาก  เช่น พื้นที่บริเวณเนินจะต้องมีการจัดทำพื้นที่เป็นขั้นบันได หรือทำการต้านดิน  เพื่อสกัดกั้นไม่ให้น้ำฝนชะล้างหน้าดินเหล่านั้นไหลไปตามกระแสน้ำ  การทำพื้นที่เป็นขั้นบันไดอาจทำเฉพาะในลักษณะของต้นยาวเป็นแนวเดียวกัน  หรืออาจจะทำพื้นที่ในลักษณะเป็นวงรอบไปตามลักษณะของเนินก็ได้โดยให้มีระดับขนานกับพื้นดิน  และความกว้างของขั้นบันไดอย่างน้อย 1.5  เมตร และแต่ละขั้นบันไดก็ใช้วิธีการตัดดินให้มีความลึก  และเอียงเข้าไปในทางเป็นเนินดิน  โดยให้บริเวณขอบด้านนอกของบันได เป็นลักษณะคันดินมีความสูงประมาณ 30 เซนติเมตร  ความกว้างระหว่าง 8-10 เมตร  ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความลาดชันของเนิน หากมีความชันมากระยะระหว่างขั้นบันไดก็ควรห่างออกไปด้วย

**การปลูกและการดูแลรักษา

การปลูกอินทผลัมเป็นพืชที่ปลูกง่าย  โตเร็ว  ดูแลรักษาง่าย  เหมือนปาล์มหรือมะพร้าว  แต่หากเป็นพืชที่หายาก  ราคาแพงต้องนำเข้าจากต่างประเทศ  นิยมปลูกถือว่าเป็นไม้มงคล  ไม้ประดับ  หรือไม้เศรษฐกิจ  แมลงศัตรูพืชรบกวนน้อย ชอบสภาพอากาศแห้ง  อายุ 3-4 ปีเริ่มให้ผลผลิต  ให้ผลผลิตประมาณ 20-50 กิโลกรัม ต่อต้น  อายุ 5 ปีข้นไปจะให้ผลผลิตตั้งแต่ 50-200 กิโลกรัม ต่อต้น  รับประทานได้ทั้งผลแก่สดจนถึงผลสุกแห้ง เก็บไว้นานหลายปี รสชาติหอม หวาน อร่อย

1.การปลูกระหว่างต้น

ระยะห่างสำหรับปลูกต้นอินทผลัมอย่างน้อย คือ 8x8 เมตร  เนื่องจากเมื่ออินทผลัมโตเต็มที่จะมีทางใบกว้างมาก รวมทั้งมีระบบรากที่ดีและขยายออกกว้างมาก  เพื่อให้ต้นอินทผลัมได้รับแสงแดดและลมเต็มที่ในพื้นที่ 1 ไร่ควรจะปลูกประมาณ 25 ต้น เนื่องจากต้นอินทผลัมเป็นพืชที่มีอายุยืนมากกว่า 100 ปี  โดยจะให้ผลผลติต่อเนื่องไปจนอายุ 50-60 ปี จึงจะเริ่มให้ผลผิตลดลง  ดังนั้นการวางแผนระยะห่างของการปลูกต้นอินทผลัมจึงควรพิจารณาที่ดี

ขนาดของหลุมที่ขุดสำหรับปลูกนั้นควรมีความกว้างและลึกประมาณ 80 เซนติเมตร รองก้นหลุมด้วยปุ๋ยคอก  จากนั้นจึงนำต้นกล้าออกมาจากถุงดำ  ลงปลูกหลุมโดยให้โคนต้นอินทผลัมอยู่เหนือหลุมประมาณ 1 ฝ่ามือ  วิธีการปลูกอินทผลัมในบ่อซีเมนต์เป็นอีกวิธีที่ได้ผลดีมากและยังลดต้นทุนในการใส่ปุ๋ยอีกด้วยเพราะเวลารดน้ำ ใส่ปุ๋ยต้นกล้าเราจะได้ธาตุอาหารเต็มที่ เพราะปุ๋ยและน้ำจะอยู่ในบ่อซีเมนต์ เหมาะสำหรับพื้นที่ลาดชันหรือที่เสี่ยงน้ำขังลำต้น ทางที่ดีควรวางระบบน้ำหยดที่สวนด้วย เพราะจะได้สามารถควบคุมการให้น้ำให้ยาทางระบบน้ำหยดได้เลยทีเดียว

สำหรับฤดูกาลที่เหมาะสมกับการปลูก คือ ช่วงต้นฤดูผล  แต่ถ้าสามารถติดตั้งระบบการให้น้ำในสวนได้ก็สามารถลงดินได้ทุกฤดูกาล  ต้นกล้าที่จะนำมาปลูกควรอนุบาลไว้มนเรือนเพาะชำจนโตขนาดออกใบขนนก 3-4 ใบก่อน สูงประมาณ 80-100 เซนติเมตร  จะทำให้อัตราการรอดสูงเกือบ 80 เปอร์เซ็นต์

2.การให้น้ำ

หลังจากลงมือปลูกแล้วควรให้น้ำประมาณ 3 วันต่อครั้งจะทำให้อินทผลัมเติบโตได้ดีและให้ผลผลิตที่ดี  ในช่วงฤดูฝนเรื่องการรดน้ำแทบไม่ต้องเลย  อินทผลัมส่วนใหญ่สามารถทนทานต่อสภาพอากาศแห้งแล้งได้จากการผ่านฤดูฝนมาหนึ่งฤดูแล้ว แต่จะเจริญเติบโตช้ามาก เมื่อเปรียบเทียบกับเมื่อมีการรดน้ำต่อเนื่องหลังจากที่ผ่านหน้าฝนมาแล้ว

การปลูกต้นอินทผลัม

          อินทผลัมจะใช้ระยะเวลาในการเพาะชำต้นกล้าไม่เท่ากัน  แต่เมื่อปลูกแล้วจะใช้เวลาประมาณ 2 ปี เป็นอย่างน้อยจึงเริ่มให้ผลผลิตได้(ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ที่เลือกด้วย)  ในการเลือกพื้นที่ปลูกควรเป็นที่ดอน  ไม่มีน้ำท่วมขังเป็นเวลานาน  ดินระบายน้ำได้ดี  เป็นดินร่วนปนทรายดีที่สุด  การย้ายต้นกล้ามาปลูกลงดินควรจะขุดหลุมให้มีขนาดเหมาะสมกับต้นกล้าอย่าให้หน่ออยู่ลึกเกินไป  ควรปลูกเสมอหน้าดินเดิม  หรือให้ดินกลบโคนต้นเพียงเล็กน้อย  การลงปลูกใหม่ยังไม่ต้องให้ปุ๋ยเพียงใส่ปุ๋ยคอกจากมูลสัตว์รองก้นหลุมเพียงเล็กน้อย  ส่วนที่เหลือดูแลให้น้ำทุกๆ 2-3 วันเมื่อต้นตั้งตัวได้แล้วประมาณ 1 เดือน จึงเริ่มให้ปุ๋ยคอกอีกครั้งใส่ต้นละน้อย  ขนาดหลุมที่แนะนำคือ ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 80 เซนติเมตร  ลึกประมาณ 80 เซนติเมตร (ต้องขึ้นอยู่กับสภาพของดินด้วย หากมั่นใจในคุณภาพของดินสามารถขุดหลุมเพียง ผ่าศูนย์กลาง 50 ซม. x ลึก 50 ซม. พอ หรืออีกในกรณีไม่มั่นใจในดินเลยให้ขุดหลุม ผ่าศูนย์กลาง 1 เมตร x ลึก 1 เมตร) รองก้นหลุมด้วยปุ๋ยคอก แล้วนำดิน /ปุ๋ยคอกที่ผ่านการตากแดดแล้ว /ทราย หรือขี้เถ้าแกลบ /ปุ๋ยใบก้ามปู ในอัตราส่วนดังนี้

1.       ดิน  2  ส่วน

2.       ปุ๋ยคอก ½ ส่วน

3.       ทราย หรือขี้เถ้าแกลบ (เลือกใช้ได้เลย) ½ ส่วน

4.       ปุ๋ยใบก้ามปู 1 ส่วน

นำดินที่ผสมเสร็จแล้วกลบทับไปในหลุมจนเต็ม (ควรทิ้งไว้ระยะหนึ่งเพื่อเป็นการเสริมธาตุอาหารในดิน  กรณีที่ดินมีสภาพเสื่อมโทรมมากๆ) จากนั้นให้ขุดหลุมให้มีขนาดเท่าภาชนะที่ใส่ต้นกล้า  นำต้นกล้าออกจากภาชนะโดยการกรีดด้านข้างและส่วนล่างของกระบอก ดังภาพ

       

   แล้ววางลงหลุม  กลบดินกลับคืนให้แน่นแล้วรดน้ำให้ชุ่ม  การขุดหลุมขนาดใหญ่และการเตรียมหลุมปลูกที่ดีจะทำให้ต้นอินทผลัมเจริญเติบโตได้อย่างรวดเร็ว  จริงๆแล้วการขุดหลุมขนาดใหญ่ดังกล่าวทำได้ยาก  และใช้แรงงานมาก  ดังนั้นหากจะขุดหลุมเพื่อปลูกอินทผลัมเป็นจำนวนมาก  อาจจะประยุกต์ทำเครื่องเจาะดินต่อท้ายรถไถ  ก็จะสามารถขุดหลุมขนาดใหญ่ดังกล่าวได้สะดวกและรวดเร็วขึ้นแล้วแต่ความสะดวก  สำหรับฤดูกาลที่เหมาะสมในการปลูกอินทผลัม คือ ช่วงต้นฤดูฝนแต่ถ้าสามารถติดตั้งระบบการให้น้ำในสวนได้และมีแหล่งน้ำเพียงพอตลอดปี   ก็สามารถจะปลูกอินทผลัมได้ทุกฤดูกาล  ทั้งนี้ต้นกล้าที่ได้จากการเพราะเลี้ยงเนื้อเยื่อมาให้อนุบาลไว้ในเรือนเพาะชำจนต้นโตและมีใบขนนกออกมา 3-4 ใบจึงจะทำให้มีอัตราการรอดสูงเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์

การจัดระยะการปลูก  เนื่องจากทางใบของต้นอินทผลัมขณะโตเต็มที่มีความยาวของใบประมาณ 4 เมตร  เพื่อไม่ให้ใบทับซ้อนกันมากนัก  ควรกำหนดระยะปลูกห่างกัน 8x8 เมตร เป็นอย่างน้อย เพราะเมื่อต้นอินทผลัมต้นสูงใหญ่ขึ้นยอดจะแบ่งน่านฟ้าเพื่อรับแสงแดด เพื่อป้องกันโรคที่ติดต่อกันทางใบ และยังสามารถให้ผลผลิตในปริมาณสูงอีกด้วย แต่สิ่งสำคัญในการปลูกจำเป็นต้องมีทั้งตัวผู้และตัวเมียในอัตราส่วน 1 ไร่ จำนวน 25 ต้น เป็นตัวเมีย 24 ต้นต่อตัวผู้ 1 ต้น(ตามทฤษฏีแล้วตัวผู้ 1 ต้นสามารถดูแลตัวเมียได้ถึง 30-50 ต้น แต่แนวทางปฏิบัติแล้วควรเป็นอย่างนี้ เนื่องจากการฝากความหวังในต้นตัวผู้มากเกินไปอาจส่งผลให้เกสรไม่เพียงพอต่อการผสมพันธุ์เกสร หรือบางกรณีคือตัวผู้ติดโรคแล้วตายก่อนที่จะให้ผลผลิตทำให้จำนวนตัวผู้ที่สวนมีจำนวนเกสรไม่เพียงพอ เพราะหากมีการทำปลูกอย่างเป็นธุรกิจเราจะมีการผสมเกสรตัวผู้ไปสู่ต้นตัวเมียเอง)

ในความเป็นจริง  การปลูกอินทผลัมนั้นต้องมีความรู้ความเข้าใจ  และประสบการณ์ค่อนข้างสูง  เนื่องจากเป็นพืชที่แยกเพศกันคนละต้นอย่างสิ้นเชิง  สำหรับกลุ่มประเทศที่ปลูกเชิงการค้านิยมใช้การปลูกกับการขยายพันธุ์แบบแยกหน่อและการปลูกแบบเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อจากต้นพ่อต้นแม่พันธุ์ดีกันเป็นส่วนใหญ่  เพราะจะได้ต้นตัวเมียหรือต้นตัวผู้พันธุ์ที่ดีและตรงตามสายพันธุ์แน่นอน จึงไม่นิยมการปลูกแบบเพาะเมล็ดมักปลูกกันในเชิงงานวิจัย  และพัฒนาสายพันธุ์มากกว่า  แต่การปลูกแบบแยกหน่อ และเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อจะใช้ต้นทุนค่อนข้างสูง  โดยเฉพาะในประเทศไทยที่ยังต้องสั่งนำเข้ามาจากต่างประเทศ  อีกทั้งอินทผลัมยังเป็นพืชใหม่ในประเทศไทย  การทุ่มเททุนสูงขนาดนี้โดยที่ผู้ปลูกไม่มีความรู้ความเข้าใจในการปลูกเลยก็นับว่าเป็นความเสี่ยงที่สูงอยู่เหมือนกัน

Visitors: 40,526