คำถามหรือข้อสงสัยที่พบบ่อย

สายพันธุ์ไหนดีที่สุด อันนี้เป็นความเห็นส่วนตัวครับ (แล้วแต่มุมมองของแต่ละท่านครับ)

ถ้าเน้นเอาดีด้านทานผลสด คือออกผลมาแล้วแก่จัด(สุก) ทานได้ หรือเก็บจำหน่ายได้เลย มีความเสี่ยงด้านความชื้นในภูมิอากาศบ้านเราน้อย ไม่ยุ่งยากในเรื่องการทำแห้ง (ตากแห้ง) ก็แนะนำ Barhee  Sultana Hayani Khoneizi

ถ้าเน้นเอาดีด้าน ราคาผลผลิตต่อกิโลกรัมมีราคาแพง ก็แนะนำ Ajwah Medjool Sukkary Khadrawy

ถ้าเน้นเอาดีด้านทานหรือจำหน่ายผลสุกได้ ทำแห้งก็ได้ คือทานหรือจำหน่ายผลสุกไม่หมด ก็นำไปทำแห้งทานหรือจำหน่ายได้ทั้งสองระยะ (กระบวนการทำแห้งต้องศึกษาและพัฒนาต่อยอดอีกที) ก็แนะนำ Khalas, Nawader, Sagai,  Abumaan, Umed Dahan, Shi shi,

ถ้าเน้นเอาดีด้าน ทนความชื้น ทนฝน (ซึ่งเป็นปัญหาหลักของการปลูกอินทผลัมในบ้านเรา) ให้ผลดก ทานทั้งสุก ทั้งแห้งได้ แนะนำ Um ed Dahan, Kkoneizi

ถ้าเน้นเอาดีด้าน ทนโรค โดไว ต้นแข็งแกร่ง ทานทั้งสุก ทั้งแห้งได้ แนะนำ Shi shi

ถ้าเน้นเอาดีด้าน ลูกใหญ่ ให้ผลผลิตไว เป็นที่รู้จัก เป็นที่นิยมของตลาด ราคาจำหน่ายสูง แนะนำ Medjool (กระบวนการทำแห้งต้องศึกษาและพัฒนาต่อยอดอีกที)

ถ้าเน้นเอาดีด้าน ผลสีแดงสด รสชาติหวาน สวยเด่น ปลูกประดับเสริมบารมี ยังมีคนปลูกน้อยอยู่ ทานทั้งสุก ทั้งแห้งได้ แนะนำ Khoneizi

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ความแตกต่างระหว่างต้นกล้าจากอังกฤษ และ UAE

ตอบแบบให้เข้าใจพอสังเขปนะครับ ถ้าในเรื่องของสายพันธุ์หรือเทคโนโลยีนั้นทั้งสองแลปนี้ไม่แตกต่างอะไรกันมากนักคือถือว่าดีเยี่ยมทั้งคู่ โดยมีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับแพร่หลายมากกว่า อินเดีย เสปน ออสเตเรียครับ แต่ความแตกต่างของทั้งสองแลปนั้นต่างกันที่ความสมบูรณ์ของกล้าพันธุ์หลังจากออกมาจากห้องแลปเสียมากกว่าครับ เนื่องจากประเทศอังกฤษอยู่ในทวีปยุโรปที่หนาวเย็น มีหิมะตก มีอุณหภูมิติดลบเป็นเวลานาน   ปริมาณและความเข้มของแสงแดดน้อย ซึ๋งเป็นสภาพแวตล้อมไม่เหมะสมกับการเจริญเติบโตของอินทผลัมเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงกับสถาพแวดล้อมของ แลบที่ UAE เพราะที่นั่นมีสภาพอากาศที่ร้อน อบอุ่น และมีปริมาณความเข้มแสงแดดที่เพียงพอต่อความต้องการของตันกล้า ทำให้ต้นกล้าจาก UAE มีความสมบูรณ์และค่อนข้างโตไวกว่าในอายุที่เท่ากันครับ

Visitors: 40,526